ข่าวสาร



Google เปิดตัว Cloud Firestore บริการ NoSQL Database ใน Google Firebase

โพสต์5 ต.ค. 2560 20:55โดยสหภูมิ สุจิโต   [ อัปเดต 5 ต.ค. 2560 20:59 ]

Google ประกาศเปิดตัวบริการ Cloud Firestore บริการ Document Database สำหรับรองรับ Mobile, Web และ Server Application เสริมใน Google Firebase

Credit: Google

 

จุดเด่นของ Cloud Firestore นี้คือการทำหน้าที่เป็น Cloud NoSQL Database ที่มีความสามารถหลากหลาย ทั้งการออกแบบ Data Model ได้อย่างยืดหยุ่น, การรองรับการ Query แบบซับซ้อนได้, การอัปเดตข้อมูลได้แบบ Real-time, การใช้งานแบบ Offline ได้, การขยายข้ามหลาย Region ได้, การรองรับ Consistency ในระดับสูง, การทำ Batch Operation ได้, การรองรับ Transaction Mode ได้ และทำงานร่วมกับบริการอื่นๆ ของ Google ได้อย่างสมบูรณ์

Cloud Firebase นี้ถูกเปิดตัวออกมาพร้อมกับ REST API, RPC API และ SDK สำหรับ Android, iOS, JavaScript, Java, Python และ Go

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://firebase.google.com/docs/firestore/


 ที่มา : https://www.infoq.com/news/2017/10/google-firestore


แหล่งที่มา :  https://www.techtalkthai.com/google-announces-cloud-firestore-nosql-database-services/

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : https://www.techtalkthai.com/

อุปกรณ์ Android ที่ผ่านการรับรองจาก Google: ปลอดภัยและไว้ใจได้

โพสต์25 ก.ย. 2560 19:25โดยสหภูมิ สุจิโต

วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Android เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่มีจุดเริ่มต้นในปี 2008 จากอุปกรณ์เพียงหนึ่งเครื่อง ผู้ให้บริการหนึ่งค่าย และผู้ผลิตหนึ่งราย ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานอุปกรณ์ Android ทั่วโลกมากกว่า 2 พันล้านเครื่อง ไม่มีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมไหนที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ ที่มอบทั้งตัวเลือกและความหลากหลายให้กับผู้บริโภค

Google มอบใบรับรองให้กับอุปกรณ์ Android เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่เสถียรและปลอดภัย เราทำงานร่วมกับผู้ผลิตอุปกรณ์ทั่วโลกในการทดสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ต่างๆ เป็นร้อยๆ ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์นั้นสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของ Android และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน (Permission) การทดสอบเหล่านี้ยังเป็นการรับรองว่าแอปพลิเคชัน Google ที่ติดตั้งในอุปกรณ์นั้นมีความถูกต้อง และแอปพลิเคชันทั้งหลายจาก Play Store สามารถใช้งานบนอุปกรณ์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุปกรณ์ Android ที่ผ่านการรับรองจาก Google มาพร้อมกับ Google Play Protect ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่จะช่วยสแกนมัลแวร์จากแอปพลิเคชันต่างๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการป้องกันขั้นพื้นฐานจากการโจมตีของมัลแวร์ การแฮ็กข้อมูล และอื่นๆ อีกมากมาย

ปัจจุบัน ผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องมากกว่า 100 รายได้มอบสุดยอดประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้บริโภคโดยการนำอุปกรณ์เข้ารับการรับรอง คุณสามารถดูรายชื่อพาร์ทเนอร์ของเราได้ที่นี่ และเมื่อคุณเลือกซื้อโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android เครื่องใหม่ เราแนะนำให้คุณถามหาอุปกรณ์ที่ได้การรับรอง หรือมองหาโลโก้ Googel Play Protect บนกล่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์เครื่องใหม่ของคุณมีความปลอดภัย


เข้าชมเว็บไซต์ https://www.android.com/intl/th_th/certified/ เพื่อดูข้อมูลอุปกรณ์ Android ที่ได้รับการรับรองเพิ่มเติม




แหล่งที่มา : https://thailand.googleblog.com/

หมดปัญหาเรื่องแปลภาษาญี่ปุ่นไม่ออกด้วย Word Lens

โพสต์23 มี.ค. 2560 20:56โดยสหภูมิ สุจิโต


วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560
หากคุณพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ โตเกียวอาจกลายเป็นสถานที่ที่สร้างความสับสนงุนงงและบางครั้งก็น่าหวั่นใจเกินกว่าที่จะเดินทางไปเที่ยว แม้ว่าคุณจะสามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินที่มีระบบซับซ้อนได้ แต่คุณจะต้องพบกับป้ายจราจรบนท้องถนน เมนูอาหาร หรือสินค้าบนชั้นวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่ตอนนี้ Word Lens สามารถรองรับการใช้งานภาษาญี่ปุ่นได้แล้ว ช่วยให้คุณหมดกังวลกับเรื่องเดินหลงในถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนอย่างย่านชิบูย่าหรือไม่ต้องกลัวที่จะสั่งอาหารเมนูที่คุณไม่คุ้นชินอีกต่อไป

แอปแปลภาษา Google Translate ให้คุณถ่ายภาพตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นพร้อมแปลเป็นภาษาอังกฤษได้แล้ว และสะดวกยิ่งขึ้นไปอีกเพียงคุณส่องกล้องระบบจะแปลคำได้ในทันที ด้วยความสามารถของ Word Lens เพียงแค่คุณเปิดแอป Translate ขึ้นมา และส่องกล้องไปที่ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น ตัวอักษรนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นคำแปลในภาษาอังกฤษปรากฎบนหน้าจอโทรศัพท์ของคุณโดยทันที แม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งมันคือความใฝ่ฝันของนักเดินทางตัวยงเช่นคุณ!

Google Translate: Cash only

เปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้เป็นเครื่องมือแปลภาษาจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาญี่ปุ่น (หรือจากภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ) ที่มีประสิทธิภาพได้แล้ว เพียงแค่ดาวน์โหลดแอป Google Translate ที่พร้อมให้บริการแล้วบนระบบ Android และ iOS

มัสซากาสึ ซีโนะ
วิศวะกรซอร์ฟแวร์ Google Translate


แหล่งที่มา : https://thailand.googleblog.com/

อย่าปล่อยให้สัญญาณสะดุด ปิดโลกการค้นหาคุณ

โพสต์23 มี.ค. 2560 20:55โดยสหภูมิ สุจิโต


วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนประจำที่ติดตามข่าวสารในขณะที่สัญญาณก็ขาดๆ หายๆ หรือเป็นเกษตรกรที่ต้องเช็คราคาพืชผลในพื้นที่ที่สัญญาณเข้าไม่ถึง หรือระหว่างขับรถลอดอุโมงค์ที่อับสัญญาณ การค้นหาทั้งหมดนี้จะไม่หายไปไหนแม้ว่าจะถูกขัดจังหวะจากสัญญาณติดขัดไม่ราบรื่น ด้วยแอป Google บน Android แม้คุณจะล้มเหลวตอนค้นหาในช่วงขาดสัญญาณ Google จะยังคงแสดงผลการค้นหาได้อย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณได้ — เพื่อให้คุณค้นหาต่อได้เพียงแตะแค่ครั้งเดียว


ในบางครั้งที่สัญญาณโทรศัพท์ไม่เสถียรหรือขาดๆ หายๆ ซึ่งนั่นหมายความว่าแม้จะเปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและเริ่มการค้นหา ก็เป็นไปได้ว่าการค้นหาของคุณไม่ประสบความสำเร็จและไม่ได้ผลที่ต้องการ  การพัฒนาครั้งนี้จะช่วยให้การค้นหาของคุณถูกบันทึกไว้อย่างเร็วที่สุดเท่าที่สามารถ แม้ว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะหายไปหรือคุณเปลี่ยนไปใช้โหมดเครื่องบิน  ดังนั้นหากสัญญาณอินเทอร์เน็ตของคุณขาดหายครั้งต่อไป ก็หมดกังวลเรื่องการค้นหาไปได้เลย เพราะคุณสามารถจัดอันดับคำค้นหาไว้บนโทรศัพท์ของคุณและติดตามข่าวสารได้ไม่สะดุด แอป Google จะทำงานอยู่เบื้องหลังและจับสัญญาณอินเทอร์เน็ตทันทีที่มีและจะส่งผลการค้นหาให้คุณในทันที

english_1A.gif


และถ้าหากคุณกังวลว่าจะต้องเสียเงินค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่ม หรือแอปจะกินแบตเกินไป ก็ไม่ต้องหงุดหงิดอีกต่อไป เพราะฟีเจอร์นี้ไม่ได้ใช้พลังงานมากอย่างที่คิด และหน้าผลการค้นหาก็ใช้ปริมาณดาต้าแค่นิดเดียว


ดังนั้นก่อนที่คุณจะก้าวเท้าออกจากบ้าน ตรวจสอบเสียก่อนว่าแอป Google  บน Android ที่คุณใช้งานอยู่ขณะนี้ได้รับการอัปเดตเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว คุณจะมั่นใจได้เลยว่าแม้จะอยู่ในที่สัญญาณไม่เสถียร การค้นหาของคุณก็ยังอยู่

โดย Shekhar Sharad, PRODUCT MANAGER


แหล่งที่มา : https://thailand.googleblog.com/

วิดีโอคอลใช้งานง่ายแบบ 1:1 บนแอป Google Duo

โพสต์19 ก.ย. 2559 20:46โดยสหภูมิ สุจิโต

การใช้วิดีโอคอลจะกลายเป็นวิธีสื่อสารที่ดีที่สุดกับบุคคลอื่นแบบส่วนตัวในอนาคต แต่หากใช้งานบ่อยจนเกินไปมันจะกลายเป็นประสบการณ์ที่สร้างความสับสนมึนงงและทำให้ผู้ใช้รู้สึกผิดหวัง คุณไม่ควรต้องมากังวลเกี่ยวกับเรื่องการโทรติดหรือการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือกังวลว่าเพื่อนของคุณจะใช้งานอุปกรณ์สื่อสารชนิดเดียวกับคุณหรือไม่ เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้ใช้งานกว่าครึ่งหนึ่งไม่เคยใช้วิดีโอคอลบนมือถือ


วันนี้ เราเปิดตัว Google Duo แอปพลิเคชั่นวิดีโอคอลแบบ 1 ต่อ 1 ที่เปิดให้บริการทั้งบน Android และ iOS Duo ช่วยลดความยุ่งยากในการใช้งานวิดีโอคอล ทำให้คุณไม่พลาดทุกช่วงเวลาที่ต้องการติดต่อสื่อสารกันไม่ว่าจะอยู่มุมไหนก็ตาม
Google Duo ทำงานได้ทั้งบน Android และ iOS แค่มีเบอร์มือถือเท่านั้น


อินเตอร์เฟซที่ออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน


Duo ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายตั้งเเต่เริ่มต้นจนจบการสนทนา ที่คุณต้องมีเพียงแค่เบอร์โทรศัพท์ของคุณ และสามารถเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อที่อยู่ในโทรศัพท์ของคุณ ไม่ต้องสร้างบัญชีขึ้นมาใหม่ ลงทะเบียนเปิดใช้งานง่ายๆ เพียง 2-3 ขั้นตอน เเค่นั้นคุณก็สามารถใช้งานวิดีโอคอลได้ทันทีเพียงแตะสัมผัสเดียว


รวดเร็วและเชื่อถือได้


เชื่อว่าหลายคนเคยผ่านประสบการณ์แย่ๆ เมื่อการเชื่อมต่อล้มเหลว หรือสัญญาณวิดีโอขาดๆ หายๆ แต่เราพัฒนา Duo มาให้เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานรวดเร็วและเชื่อถือได้ นั่นคือการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและทำงานได้แม้อยู่ในที่อับสัญญาณ คุณภาพของระบบการโทรยังพัฒนามาเพื่อให้คุณไม่หลุดทุกการเชื่อมโดยการจับสัญญาณการใช้งานต่อเนื่องเมื่อแบนวิธ (bandwidth) ถึงขีดจำกัด  Duo จะลดความละเอียดวิดีโอเพื่อให้การโทรของคุณยังลื่นไหล โดยที่สัญญาณไม่หลุด สำหรับการใช้งานโทรระหว่างการเดินทาง Duo จะสลับการทำงานจากสัญญาณ WiFi และสัญญาณเครือข่ายของมือถือแบบอัตโนมัติโดยไม่ทำให้คุณภาพการโทรลดลง มั่นใจได้เลยว่าคุณจะไม่พลาดทุกการสื่อสาร คุณสามารถโทรออกได้ตั้งแต่คุณยังอยู่ในบ้านจนก้าวออกมานอกบ้านการเชื่อมต่อของคุณก็ไม่มีสะดุด


ออกแบบเพื่อการตอบโจทย์การใช้งาน


เราออกแบบ Duo มาอย่างเข้าถึงความรู้สึกของผู้ใช้ ให้ความสำคัญกับทั้งคุณและคนที่คุณกำลังโทรหา ทำให้การโทรเป็นเสมือนการส่งคำเชิญมากกว่าเป็นการรบกวน เราสร้างฟีเจอร์ของ Duo ที่เรียกว่า Knock Knock ให้คุณได้เห็นภาพวิดีโอของคนที่กำลังโทรเข้ามาก่อนที่คุณจะกดรับ ให้คุณได้สัมผัสถึงสิ่งที่ผู้โทรเข้ามาต้องการจะสื่อสาร และทราบถึงเหตุผลในการโทรครั้งนี้ผ่านภาพวิดีโอ  Knock Knock ช่วยให้การใช้งานวิดีโอคอลมีความเป็นมิตรมากขึ้น ช่วยคุณเชื่อมต่อกับบุคคลปลายสายก่อนที่จะตัดสินใจกดรับ

OOGL1168000H_Google_Apps_Duo_Campaign_Birthday_Knock_Knock_PR_08_unslated.gif
ฟีเจอร์ Knock Knock ใน Duo ให้คุณเห็นใครกันที่โทรเข้ามาก่อนที่คุณจะกดรับสาย


สุดท้าย เราสร้าง Duo ขึ้นมาโดยยึดมั่นในเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย และการโทรผ่าน Duo ยังต้องเข้ารหัสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง


ให้ Duo เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่างคุณกับเพื่อนๆ Duo เตรียมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ ทั้งบน Android และ iOS และทั่วโลกจะใช้งานวิดีโอคอลนี้ได้ในอีกไม่กี่อึดใจ


โพสต์โดย Justin Uberti, Principal Software Engineer




ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

แหล่งที่มา : https://thailand.googleblog.com/

แชร์เส้นทางแบบใหม่อย่างชาญฉลาดบน Google Maps

โพสต์10 ส.ค. 2559 20:40โดยสหภูมิ สุจิโต

ในแต่ละวัน เราอัพเดทข้อมูลบน Google Maps เป็นล้านครั้งทั่วโลก แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะมั่นใจว่าเส้นทางไปยังร้านอาหาร ร้านค้า หรือสถานที่สำคัญต่างๆ ทั่วโลกนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเเม่นยำที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราชวนคุณมาร่วมด้วยช่วยกันอัพเดทและบันทึกเส้นทางสถานที่รอบตัวคุณและที่ๆชอบไปเที่ยวด้วยรูปแบบใหม่ง่ายและสะดวก


เพิ่มสถานที่ หรือแนะนำในการแก้ไข แบบง่ายๆ


อันดับแรก เราขยายความสามารถของการเพิ่มสถานที่ที่ตกหล่นและแก้ไขข้อมูลธุรกิจหรือสถานที่สำคัญทั่วโลกให้ทำได้ทั้งบน แอปพลิเคชั่น Google Maps (Android, iOS) และ Google Search ฟังก์ชั่นนี้ทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ บน Google Maps จากที่ต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาร้านอาหารใหม่ๆ บน Google.com หรือหาร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ  
แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ได้มากยิ่งขึ้น


ฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ได้มากกว่า เวลาเปิด-ปิด หรือที่อยู่ของบริษัท คุณอาจจะอยากทราบว่าสถานที่นี้โรแมนติกไหม เสริฟอาหารมังสวิรัติหรือเปล่า  หรือมีที่นั่งชิวด้านนอกไหม  ตอนนี้คุณสามารถเพิ่มข้อมูลที่คุณรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ได้แล้วบน Google Maps บนแอนดรอยด์ และเมื่อทำการค้นหาเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆจากมือถือของคุณ การได้ทราบรายละเอียดเหล่านี้ช่วยเราให้สามารถเข้าใจสถานที่นั้นๆ และช่วยให้ผู้ใช้ สามารถค้นหาสามารถที่ที่พวกเขาต้องการได้ดียิ่งขึ้น
ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลที่ได้รับการแก้ไข


เรายังได้แนะนำรูปแบบใหม่ในการตรวจสอบข้อมูลที่มีการแก้ไขจากผู้ใช้อื่นๆ ซึ่งช่วยลดเวลาการตรวจสอบและเอาข้อมูลไปใส่บนแผนที่ได้อย่างมาก สำหรับสถานที่ที่รอคำแนะนำ คุณจะเห็นข้อความแจ้งเตือนว่ามีผู้ใช้งานแนะนำข้อมูลใหม่ หรือ “Someone suggested new info.” ถ้าคุณคลิกหรือกดแท็บที่มีข้อความแจ้งเตือนนั้น จะมีตัวเลือกให้ตรวจสอบและแนะนำสิ่งที่ถูกต้อง จนสถานที่แห่งนี้ได้รับคะแนนโหวตในระดับที่ระบบมั่นใจว่าคำแนะนำนี้เป็นข้อมูลที่ถูกต้องถึงจะถูกแสดงบน Google Maps ฟีเจอร์นี้เปิดให้บริการแล้วกับผู้ใช้งานแอป Google Maps บนระบบ Android เช่นเดียวกันกับผู้ใช้งาน Google Search บนระบบ iOS  และ Android




การเปลี่ยนแปลงใหม่นี้ช่วยให้คนที่คุ้นเคยกับท้องถิ่นช่วยใส่ข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือเกี่ยวกับสถานที่โปรด ที่แปลกใหม่ และลี้ลับน่าค้นหา จากนี้ไป เมื่อมีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่บน Google Maps หรือ Search  ผู้ใช้จะได้รับผลการค้นหาที่ดีขึ้นบนโลกใบนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


โพสต์โดย Nirav Mehta, Product Manager, Google Maps and Local Search




ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

แหล่งที่มา : http://googlethailand.blogspot.com/

ฟีเจอร์ใหม่ Google Maps ช่วยให้การเดินทางในฤดูฝนสะดวกขึ้น

โพสต์10 ส.ค. 2559 20:36โดยสหภูมิ สุจิโต

รถติด สิ่งกีดขวางบนถนน และความล่าช้าคือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน การวางแผนการเดินทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ Google Maps เวอร์ชั่นล่าสุด มีการอัพเดท 2 ฟีเจอร์ใหม่ ให้คุณวางแผนการเดินทางไปยังสถานที่ๆ คุณกำลังจะไปและช่วยคุณจดจำเส้นทางในรูปแบบใหม่

ผู้เดินทางสามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้มากกว่าหนึ่งที่ใน Google Maps บนระบบปฏิบัติการ Android (ระบบ iOS จะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้) เพียงแค่เปิดแอป กดเลือกสถานที่ที่คุณจะไป กดแท็ปเมนูด้านมุมบนของหน้าแอป จากนั้นคลิ๊ก “Add a stop” เพื่อจัดระเบียบให้กับการเดินทางของคุณ กดแท็ปที่ไอคอน 3 ขีดมุมบนซ้ายมือเพื่อเพิ่ม “Add stop” และลากมาวางในตำแหน่งบนแผนที่ๆ คุณต้องการ คุณสามารถพิมพ์ค้นหาสถานที่ เช่น ปั๊มน้ำมัน หรือร้านอาหาร ตามความเคยชินของคุณ  เมื่อคุณเพิ่มจุดหมายปลายทางของคุณเรียบร้อยแล้ว กด “Done” เพื่อจบการกำหนดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเพื่อทำธุระ  หรือการเดินทางผ่านจุดชมวิวต่างๆ บนหาดสวยๆ เมื่อคุณเข้าสู่โหมดนำทาง คุณจะได้รับประสบการณ์ความสะดวกสบายจาก Google Maps เช่นเดิม



ความสนุกส่วนใหญ่ของการเดินทางท่องเที่ยวก็คือความทรงจำดีๆ มากมายที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราสำรวจสถานที่ต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ คนในครอบครัว หรือแม้แต่ไปคนเดียว  ภาพถ่ายคือวิถีแบบดั้งเดิมที่ช่วยให้เราจดจำช่วงเวลานั้นๆ แต่ตอนนี้ผู้ใช้ Your Timeline บน Android สามารถเก็บบันทึกการเดินทางและข้อมูลไว้ได้ในรูปแบบใหม่ ผู้ใช้งาน Google Maps สามารถใช้ Location History เพื่อเปิด Your Timeline เลือกวันที่พวกเขาไปพักผ่อนมาล่าสุด หรือแต่ละวันที่เดินทาง และเพิ่มบันทึกช่วยจำว่าเคยทำอะไรในวันนี้ หรือบันทึกเรื่องราวสำคัญสำหรับใช้ในโอกาสต่อไป


ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหนในช่วงหน้าฝนนี้หรือเมื่อไหร่ก็ตามในอนาคต  ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้ใน Google Maps จะพาคุณไปถึงที่หมาย และให้คุณสามารถย้อนดูเส้นทางการเดินทางทั้งหมดที่บันทึกไว้ได้


โพสต์โดย Liz Davidoff, Communications Manager, Google Maps



ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

แหล่งที่มา : http://googlethailand.blogspot.com/

Pim Thai Dai Laew: พิมพ์ภาษาคาราโอเกะ แปลงเป็นไทยได้แล้ว!

โพสต์3 ก.ค. 2559 20:20โดยสหภูมิ สุจิโต

การพิมพ์ภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ ที่ใช้ตัวอังกฤษเป็นอะไรที่ง่ายและตรงไปตรงมา แต่การพิมพ์ภาษาไทยอาจจะยุ่งยากกว่าเพราะมีพยัญชนะถึง 44 ตัว สระ 19 รูป และเครื่องหมายวรรณยุกต์อีก 4 รูป
ในขณะที่ภาษาอังกฤษมีพยัญชนะเพียง 21 ตัว และมีสระแค่ 5 รูป แต่ภาษาไทยมีตัวอักษรมากกว่าภาษาอังกฤษถึง 2 เท่า จึงไม่แปลกที่จะมีโอกาสพิมพ์ผิดมากกว่าการใช้คีย์บอร์ดภาษาอังกฤษด้วยคีย์บอร์ด QWERTY แค่เริ่มต้นว่าจะจำตำแหน่งตัวอักษรบนคีย์บอร์ดได้ยังไงก็ยากแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง คนไทยจำนวนไม่น้อยจึงใช้คีย์บอร์ด QWERTY และพิมพ์เป็นตัวอังกฤษเหมือนการพิมพ์แบบ “คาราโอเกะ” ถึงแม้การพิมพ์แบบ “คาราโอเกะ” จะใช้ได้ดีในมิวสิควิดีโอ แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการพิมพ์อีเมลหรือเขียนบล็อก

แต่ว่าตอนนี้ คุณสามารถพิมพ์ภาษาไทยได้ง่ายขึ้นแล้ว ด้วย “คีย์บอร์ดคาราโอเกะ”​ ที่สามารถเรียกใช้ได้จาก Chrome extension ในเบราว์เซอร์ Chrome และยังใช้บน Gmail และ Google Drive ในเบราว์เซอร์อื่นๆ ได้อีกด้วย คีย์บอร์ดใหม่นี้ช่วยให้คุณพิมพ์ด้วยตัวอังกฤษแบบคาราโอเกะ แล้วคีย์บอร์ดจะเปลี่ยนให้เป็นคำภาษาไทยโดยอัตโนมัติ

นอกจากจะพิมพ์ตัวอังกฤษแล้วเปลี่ยนเป็นภาษาไทยได้แล้ว คีย์บอร์ดนี้ยังทำให้กดคีย์บอร์ดน้อยลงกว่าเดิม เช่น หากพิมพ์ชื่อดาราหนุ่มอย่าง ณเดชน์ ถ้าพิมพ์ด้วยภาษาไทยจะต้องกดคีย์บอร์ด 8 ครั้ง แต่ถ้าใช้คีย์บอร์ดคาราโอเกะ จะกดแค่ 5 ครั้งเท่านั้น (พิมพ์ว่า nadet หรือ naded)

ezgif.com-crop (1).gif
คำบรรยายภาพ: คีย์บอร์ด “คาราโอเกะภาษาไทย” บน Chrome extension
“ลองใช้ Thai Karaoke Keyboard ยัง?”
“gamlanglornglenyuu (กำลังลองเล่นอยู่)”
“เป็นไงบ้าง”
“dee mak loey (ดีมากเลย)”

การพิมพ์แบบคาราโอเกะไม่ใช่แค่ข่าวดีสำหรับคนที่ต้องการส่งข้อความในเวลาเร่งด่วนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คนที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาไทยพิมพ์ตามเสียงที่ได้ยิน โดยไม่จำเป็นต้องรู้เลยว่าอักษรภาษาไทยมีตัวอะไรบ้าง และคีย์บอร์ดนี้ยังมีโหมดเสนอคำศัพท์ให้เลือกใช้เพื่อลดการสะกดผิดด้วย

อยากใช้คีย์บอร์ดใหม่นี้แล้วใช่ไหม? วิธีติดตั้งง่ายๆ เพียงปลายนิ้วคลิก:
  • ถ้าคุณใช้งาน Chrome อยู่เป็นประจำ เพียงดาวน์โหลดส่วนขยาย Google Input Tools ที่นี่ หลังจากนั้น ให้เพิ่มคีย์บอร์ดคาราโอเกะ โดยคลิก “Extension Options” แล้วเลือก “[ก] Thai - ภาษาไทย”
  • นอกจากนี้ คุณยังเปิดใช้คีย์บอร์ดใน Gmail และ Google ไดรฟ์ ได้ด้วย ไม่ว่าจะใช้เบราว์เซอร์อะไร

ลองพิมพ์ว่า “Pim Thai Dai Laew” ดูเลย! :)

โพสต์โดย ภีท นุชนาฏนนท์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย



ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

แหล่งที่มา : http://googlethailand.blogspot.com/

YouTube เปิดตัวการถ่ายทอดสดวิดีโอแบบ 360 องศา พร้อมระบบเสียงเสมือนจริงรอบทิศทาง ให้ผู้ชมสัมผัสประสบการณ์เสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง

โพสต์3 ก.ค. 2559 20:18โดยสหภูมิ สุจิโต

เมจิค แจ็คสัน เป็นนักบาสเก็ตบอลที่ผมชื่นชอบตั้งแต่ยังเด็ก และไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ชมลีลาการเล่นบาสของเขาตอนลงสนามแข่งขัน แต่น่าเสียดายที่ ณ เวลานั้นผมไม่มีโอกาส ไม่ว่าจะชมการแข่งขันกีฬา หรือชมคอนเสิร์ต แม้กระทั่งการรวมตัวกันของญาติๆ เราทุกคนต่างรู้สึกว่าต้องการที่จะรวมตัวกันที่ไหนสักแห่งแต่ไม่สามารถทำได้ แต่ในวันนี้ การรับชมวิดีโอเสมือนจริงแบบ 360 องศาจะช่วยให้คุณได้เข้าใกล้สถานที่และช่วงเวลาต่างๆ ได้ และยิ่งไปกว่านั้น เราจะได้สัมผัสประสบการณ์รับชมวิดีโอแบบถ่ายทอดสด 360 องศาได้แล้วบน YouTube



ย้อนกลับไปเดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 เราได้เพิ่มความสามารถในการรองรับการชมวีดีโอแบบ 360 องศา จาก มิวสิควิดีโอของซีรี่ส์ชื่อดัง สู่ การบันทึกภาพเอ็กซ์ตรีมของนักกีฬาเซิร์ฟบอร์ด ไปจนถึงชมตัวอย่าง ภาพยนตร์ชื่อดัง อย่าง The Hunger Game เหล่าผู้ผลิตใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่น่าประทับใจ และวันนี้พวกเขาสามารถต่อยอดผลงานด้วยการนำแฟนๆ ของพวกเขาสัมผัสประสบการณ์ชมวิดีโอแบบถ่ายทอดสด 360 องศา โดยจะเริ่มทดลองถ่ายทอดสดในงานเทศกาลดนตรี Coachella ให้แฟนเพลงที่ทั่วโลกที่ไม่ได้มาร่วมงานได้รับชมไปพร้อมๆ กัน ในปีนี้ เราจะนำพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยการถ่ายทอดสดการแสดงของศิลปินที่คุณชื่นชอบแบบ 360 องศาในช่วงสุดสัปดาห์นี้



โดยพร้อมกันนี้เรายังได้เปิดตัวระบบเสียงสมจริง หรือ หรือ spatial audio ที่มีให้บริการบน YouTube ให้คุณได้สัมผัสประการณ์เช่นเดียวกับการชมการแสดงคอนเสิร์ตแบบเกาะขอบเวที โดยระบบเสียงเสมือนนี้จะเปลี่ยนประสบการณ์ฟังที่คุณเคยได้ยิน เพียงคุณหลับตาฟังจะรู้สึกได้เลยว่า เราได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่นั้นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้ ไกล ตื้น ลึกเท่าไหร่ คุณจะได้ยินในทุกๆ อริยาบทและท่วงทำนอง ลองเปิดฟังกันดูที่ เพลย์ลิสต์นี้ บนอุปกรณ์ Android ของคุณ



Jazz.gif


เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สร้างสรรค์ผลงานทุกท่านจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวสำคัญๆ ได้เสมือนจริง เรายังได้ร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรม เช่น  VideoStitch และ Two Big Ears เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถรองรับการถ่ายทอดสดแบบ 360 องศา และระบบเสียงเสมือนจริงบน YouTube ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการในอีกไม่ช้า นอกจากนี้การถ่ายทอดสดวิดีโอแบบ 360 องศา และเทคโนโลยีเสียงเสมือนจริงยังพร้อมให้บริการแล้วที่ YouTube Space ทั่วโลก พร้อมให้คุณมาทดลองกันได้แล้ว



ความท้าทายที่สุดในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านวิดีโอแบบ 360 องศา คือการที่จะให้พวกเราได้เปิดและส่งต่อประสบการณ์ระดับโลกไปถึงทุกคน นักเรียนนักศึกษายังได้รับประสบการณ์กิจกรรมในชั้นเรียนในขณะนั้นได้เสมือนหนึ่งในอยู่ในคลาสเลย นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่ห่างไกล และยังสามารถดำดิ่งไปใต้ทะเลลึก ได้อย่างไร้ขีดจำกัดเสมือนได้อยู่บนโลกนั้นจริงๆ และวันนี้เองฝันของเด็กๆ ที่อยากจะชมการแข่งขันบาสเก็ตบอลหรือชมคอนเสิร์ตสามารถทำได้ง่ายด้วยมือของพวกเขาเองโดยไม่ต้องออกไปชมกันถึงสนามแข่งหรือเวทีแสดงสดของจริง สุดท้ายประสบการณ์ที่ใครๆ ทำได้เพียงแค่ฝันถึงในอดีต สามารถเกิดขึ้นจริงได้แล้วกับ ทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา



คุณพร้อมหรือยัง เพื่อจะไม่พลาดช่วงเวลาหรือเรื่องราวใดๆ อีก



โพสต์โดย Neal Mohan Chief Product Officer, เพิ่งชมวิดีโอ "Dub360: Stephen Curry pregame warmup routine."



ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

แหล่งที่มา : http://googlethailand.blogspot.com/

เข้าใจโลกในภาษาของเราเองด้วย Google แปลภาษา

โพสต์13 ส.ค. 2558 08:35โดยสหภูมิ สุจิโต

แอป Google แปลภาษา เปิดให้บริการแปลภาษาผ่านข้อความบนภาพได้เพิ่มเติมอีก 7 ภาษา เพียงแค่เปิดแอปขึ้นมา เปิดกล้องถ่ายรูป และจับภาพไปที่ข้อความที่ต้องการจะหาคำแปล อาทิ ป้ายชื่อถนน รายการส่วนผสม คู่มือการใช้งาน หรือโปรแกรมการตั้งค่าบนหน้าปัดเครื่องซักผ้า คุณจะเห็นข้อความของป้ายที่แสดงผ่านหน้าจอของคุณเปลี่ยนเป็นภาษาที่คุณต้องการในทันที โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณมือถือ
วันนี้ เราได้อัปเดตแอป Google แปลภาษาอีกครั้ง เพื่อขยายขีดความสามารถด้านแปลภาษาจากข้อความบนภาพต่างๆ ได้เพิ่มเติมอีก 20 ภาษา (รวมทั้งสิ้น 27 ภาษา) อีกทั้งยังอัปเดตการแปลภาษาด้วยเสียงให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้คนจำนวนมากยิ่งขึ้นได้รับประสบการณ์จากทั่วโลกด้วยภาษาของพวกเขาเอง  
แปลข้อความบนภาพอย่างรวดเร็วเพิ่มในอีก 27 ภาษา
เเรกเริ่ม การเเปลภาษาของเรารองรับใน 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ  ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาลี ภาษาโปรตุเกส ภาษารัสเซีย และ ภาษาสเปน  และในวันนี้เราได้เพิ่มอีก 20 ภาษา ที่ให้คุณสามารถแปลจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งได้ครอบคลุมทั้ง ภาษาอังกฤษ ภาษาบัลกาเรียน ภาษาคาตาลัน ภาษาโครเอเชีย ภาษาเช็ก ภาษาเดนมาร์ก ภาษาดัชต์  ภาษาฟิลิปปินส์ ภาษาฟินแลนด์ ภาษาฮังการี ภาษาอินโดนีเซีย ภาษาลิทัวเนีย ภาษานอร์เวย์  ภาษาโปแลนด์ ภาษาสโลวัก ภาษาสวีเดน ภาษาตุรกี และภาษายูเครน  นอกจากนี้คุณยังแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาฮินดีและภาษาไทยได้อีกด้วย (ลองจับภาพที่มีข้อความที่คุณต้องการจะแปลดู คุณจะทราบว่าเรารองรับถึง 37 ภาษาในโหมดกล้อง)
และลองสลับไปแปลภาษาอื่น โดยไปที่แอป Google แปลภาษา ตั้งค่าภาษาหลักที่ต้องการให้แปลเป็น “ภาษาอังกฤษ” และเลือกภาษาปลายทางที่คุณอยากรู้ความหมายของคำแปล จากนั้นเลือกโหมดถ่ายภาพ คุณจะได้รับการแจ้งเตือนให้ดาวน์โหลดภาษาที่คุณต้องการใช้งานขนาดประมาณ 2 เมกะไบต์
พร้อมลองแปลภาษาเหล่านี้เเล้วหรือยัง?
แล้วเราทำอย่างไรถึงเพิ่มภาษาใหม่ๆ มาไว้บนเครื่องได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต? นี่เป็นเรื่องของโครงข่ายภายในที่ซับซ้อน (สุดยอดดด) เข้าสู่โหมด Geek Geek ไปด้วยกันที่บล็อกงานวิจัยของเรา
คุยได้ไม่มีสะดุดอย่างเป็นธรรมชาติ เเม้อยู่ในที่อับสัญญาณ
ในตลาดเกิดใหม่ เครือข่ายโทรศัพท์ที่ช้าสร้างความท้าทายในการเข้าถึงเครื่องมือออนไลน์ทุกรูปแบบ ดังนั้นหากคุณอาศัยอยู่บริเวณที่สัญญาณไม่ดี เครื่องมือที่อัปเดตของเราในวันนี้จึงเหมาะสมกับคุณเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากการแปลข้อความบนภาพได้ในทันที เรายังปรับปรุงโหมดการสนทนาโดยใช้เสียง (ที่รองรับการแปลบทสนทนาครอบคลุม 32 ภาษา) รวดเร็วและเป็นธรรมชาติมากขึ้นเพื่อรองรับสัญญาณที่ต่ำ
การอัปเดตนี้เตรียมเปิดให้อัปเดตทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และ iOS เร็วๆ นี้
Translate Community ช่วยให้เราสื่อสารกันได้ดียิ่งขึ้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการอัปเดตในวันนี้ คือ เรายังคงเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการแปลภาษาและเพิ่มภาษาใหม่ๆ  ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่เเล้ว เราได้เปิดตัวชุมชนแปลภาษา ชุมชนที่รวบรวมผู้คนต่างถิ่นต่างภาษาทั่วโลก มาร่วมปรับปรุงการแปลภาษาให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณคนรักภาษานับล้านที่ร่วมกันเพิ่มคำแปลกว่า 100 ล้านคำ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบแปลภาษาที่รองรับภาษามากกว่า 90 ภาษา เเละยังมีแผนอัปเดตยิ่งๆ ขึ้นไปเพื่อนำไปสู่การสร้างชุมชนแปลภาษาที่ยั่งยืน
เรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ เนื้อหามากกว่าครึ่งนึงในโลกอินเทอร์เน็ตยังเป็นภาษาอังกฤษ เเต่มีประชากรบนโลกเพียง 20% ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การอัปเดตในวันนี้ช่วยทลายกำแพงทางภาษามากยิ่งขึ้น เเละช่วยให้การสื่อสารของคุณดีขึ้นเเละเข้าถึงข้อมูลที่คุณต้องการ
โพสต์โดย บารัค ทูรอฟสกี หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Google แปลภาษา

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม

แหล่งที่มา : https://www.google.co.th/press/

1-10 of 24